ครก.112 เดินหน้า ระดมชื่อแก้กฎหมายหมิ่น ฯ

ครก.112 ยืนยันเดินหน้าระดมชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112

ครก.112 ยืนยันเดินหน้าระดมชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ย้ำเป็นสิทธิตามกฎหมาย วอนสังคมทำความเข้าใจข้อเสนอเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยโดยไม่ใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือ

 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.55 คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) แถลงข่าวและตอบคำถามเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อแก้ไขมาตรา 112 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยมี วาด รวี นักเขียนจากคณะนักเขียนแสงสำนึก ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร นักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม อ.อนุสรณ์ อุณโณ นักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ นักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จีรนุช เปรมชัยพร กลุ่มอาร์ติเคิล 112 พรชัย ยียวน ตัวแทนสนนท.
วาด รวี คณะนักเขียนแสงสำนึก กล่าวถึงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า เป็นการดำเนินงานโดยคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ส่วนคณะนิติราษฎร์เป็นเพียงฝู้ที่ร่างกฎหมายขึ้นมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด

 

ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร กลุ่มสันติประชาธรรม และอาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยามานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นับแต่เปิดตัวกลุ่มครก. 112 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 55 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน ครก.112 ยืนยันเดินหน้าการทำงานโดยจะมีกิจกรรมสองอย่าง คือ “เครือข่ายครก. 112″ ซึ่งเป็นจุดรับลงชื่อในระดับภูมิภาค และ “ครก.112 สัญจร” ซึ่งเป็นกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในหลายจังหวัด

 

ยุกติสรุปยืนยันว่า ครก. 112 ทำตามหลักการที่เราประกาศไว้ตั้งแต่เริ่มรณรงค์ ว่าเราทำเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยและขอให้สังคมไทยหยุดใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ เหตุที่ต้องแก้ไขกฎหมายเพราะที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่ากฎหมายอาญามาตรา 112 ขัดกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง และยังลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ลิดรอนสิทธิของผู้ที่ถูกกล่าวหา รศ.ดร.ยุกติเชิญชวนด้วยว่า ให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนออกมาร่วมรณรงค์กับครก.112 ด้วย เพราะการมีอยู่ของมาตรานี้มีลักษณะคุกคามสิทธิมนุษยชน

 

วอนสังคมช่วยกันลดความรุนแรง คุยกันบนเหตุผล
ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเป็นกังวลว่า ข้อถกเถียงหรือข้อกล่าวหาต่อการแก้ไขมาตรา 112 ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในสังคมนั้น ไม่มีข้อกล่าวหาใดๆ ที่เป็นการถกเถียงจริงๆ ตามข้อเสนอนิติราษฎร์ แต่กลายเป็นการบิดเบือนด้วยข้อหาล้มเจ้า ทั้งที่จริงๆ แล้ว การเสนอแก้ไขกฎหมาย ไม่ใช่การหมิ่นสถาบัน เพียงชี้ให้เห็นว่ากฎหมายนี้มีปัญหา การเสนอแก้ไขกฎหมายนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นจากประมวลกฎหมายฉบับนี้สร้างปัญหาอย่างมากมายในการเมืองไทยช่วงที่ผ่านมา และนี่เป็นพันธกิจของภาคประชาชนที่จะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาทางการเมือง
“การเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขกฎหมายเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ สำหรับคนที่ต่อต้านการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขมาตรา 112 หากเป็นการวิจารณ์ด้วยเหตุด้วยผล เรายินดีโต้เถียงด้วย ต้องขอถามกลับไปว่า พวกคุณกำลังปกป้องสถาบันหรือว่าปกป้องตัวคุณเอง” ยุกติกล่าว

 

พรชัย ยวนยี เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งชาติ และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เราไม่สามารถพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ได้ในรั้วมหาวิทยาลัย และการเรียนการสอนพูดอยู่เพียงด้านเดียว เมื่อนักศึกษาจะจัดกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับเรื่องสถาบันกษัตริย์หรือกฎหมายมาตรา 112 ก็ไม่สามารถจัดได้ ทั้งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาสารคาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารไม่อนุญาตให้จัด เราไม่สามารถเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้เลย เราไม่มีเสรีภาพแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อจัดงานเสวนา

 

หยุดใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ดร.สุดา รังกุพันธ์ นักวิชาการจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่ว่า มาตรา 112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เห็นได้ชัดเจนในปี 2552 ที่หลายคดีถูกย้ายไปให้ศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ดูแล จากนั้นคดีก็ถูกโอนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้อำนาจดำเนินคดีต่อสิ่งที่ถูกเรียกว่าเป็นภัยคุกคามของรัฐ รวมถึงมีการออกผังล้มเจ้า และปัจจุบันก็ถูกเปิดเผยในชั้นศาลแล้วว่าไม่เป็นจริง
อ.สุดากล่าวว่า หลักความยุติธรรมที่ใช้ต่อคดี 112 มันพลิกกลับด้าน โดยปกติ ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องได้รับสิทธิในฐานะเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่ามีการพิสูจน์ความจริง แต่เมื่อเป็นคดีมาตรา 112 จะสันนิษฐานเอาไว้ก่อนว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิด สำหรับสังคมไทยที่มีภาพลักษณ์เรื่องความเมตตานั้น จะต้องไม่ยอมรับต่อความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคนแม้ต่อคนเพียงคนเดียว
“คดีหมิ่นฯ ถูกใช้ตั้งข้อหาและสร้างภาพให้ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นภาพลบหรือเป็นภัยคุกคามของประเทศ ถึงขั้นสร้างความชอบธรรมให้แก่ฝ่ายกองทัพที่จะใช้อาวุธเข่นฆ่าประชาชน หากเราไม่แก้ไขในวันนี้เราก็จะปล่อยให้มันเป็นปัญหาเรื้อรังต่อไป วาทกรรมแห่งความกลัวก็ดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และมันอาจนำมาสู่ความขัดแย้งรุนแรงดังที่เคยเกิดเมื่อ 6 ต.ค. 2519 นั่นจึงเป็นเหตุที่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายนี้” อ.สุดา กล่าว

 

จีรนุช เปรมชัยพร กลุ่มอาร์ติเคิล 112 กล่าวว่า ปัญหาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ได้เป็นแต่เพียงเรื่องการบังคับใช้ แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นทั้งในตัวบทกฎหมายและอุดมการณ์ของกฎหมายด้วย ปัจจุบันมีคนที่ถูกจำคุกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างน้อย 12 คน ซึ่งแม้คดีส่วนใหญ่จะยังไม่ได้ตัดสินแต่ก็ถูกจำคุกโดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เกิดการกลั่นแกล้งกัน เช่น กรณีอ.สุรพศ ทวีศักดิ์ ที่ถูกแจ้งความที่สภ.อ.ร้อยเอ็ด แม้ว่าตำรวจจะยังไม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีไหมก็ต้องเดินทางไปรายงานตัวที่ร้อยเอ็ด ยังไม่นับกรณีที่อาจจะยังไม่มีการดำเนินคดีแต่กระบวนการของศาลเตี้ยก็เกิดขึ้นแล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยถูกเสียบประจาน ว่าคนนั้นๆ มีความคิดเห็นไปในเชิงกระด้างกระเดื่อง สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการศาลเตี้ยที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ เราจะอยู่ในบรรยากาศของความกลัว บรรยากาศของความไม่แน่นอน คือ ไม่มีขีดที่แน่นอนว่าผิด เช่น มีกรณีที่คนแปลบทความจากบลูมเบิร์ก ก็ยังถูกดำเนินคดี การกระทำเหล่านี้จะเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย ไปได้อย่างไร

 

และตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ครก.112 จะเริ่มสัญจรออกต่างจังหวัดเพื่อรวบรวมรายชื่อการขอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

————–

Comments are closed

300x250 ad code [Inner pages]

Recent Entries

Photo Gallery

120x600 ad code [Inner pages]
Log in | Wp Advanced Newspaper WordPress Themes Designed by Gabfire themes WordPress Themes
Wp Advanced Newspaper WordPress Themes Gabfire