ขอเชิญร่วมลงชื่อเพื่อผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112

ของคณะนิติราษฎร์เข้าสู่รัฐสภา

 ดังที่ปรากฏว่านับตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา สถิติผู้ถูกจับกุมและต้องโทษด้วยมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่รู้จักกันในนามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ   เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉพาะปี 2553 มีการฟ้องร้องถึง 478 ข้อหา

นอกจากนี้ “ความจงรักภักดี” ยังได้กลายเป็นอาวุธสำหรับข่มขู่ คุกคาม และสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน  ความอ่อนไหวของข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มักทำให้ผู้ถูกกล่าวหา ประสบกับการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่คำนึงถึงหลักการพื้นฐานของสิทธิพลเมือง เช่น  ไม่อนุญาตให้ประกันตน, การไต่สวนด้วยวิธีปิดลับ  อีกทั้งยังต้องพบการกดดันจากสังคมรอบข้าง อย่างมาก

มาตรา 112 ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้สถานการณ์สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประเทศไทย ตกต่ำอย่างถึงที่สุด โดยรายงานปี 2554 ขององค์กรฟรีดอมเฮ้าส์ เปลี่ยนสถานะเสรีภาพของสื่อมวลชนไทยจาก “กึ่งเสรี” เป็น “ไม่เสรี”  ส่งผลให้ไทยอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเกาหลีเหนือ พม่า จีน คิวบา โซมาเลีย อัฟกานิสถาน อิหร่าน และล่าสุด คดีของนายอำพน หรืออากง และนายโจ กอร์ดอน ได้ทำให้ชื่อเสียของประเทศไทย ดังกระหึ่มไปทั่วโลกอีกครั้ง จนองค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่าง ๆ ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112

ภายในประเทศไทยเอง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลและประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากมาตรา 112 และหาทางแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ในบรรดาการเคลื่อนไหวนี้ กลุ่มนักวิชาการ “คณะนิติราษฎร์” ได้นำเสนอ ร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อให้สังคมได้ร่วมกันพิจารณา

 ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ มีสาระสำคัญโดยสรุป 7 ประเด็น ดังนี้

1.  ให้ยกเลิกมาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร

2 .  เพิ่มหมวดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

3.  แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ออกจากการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

4. เปลี่ยนบทกำหนดโทษ โดยไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ แต่กำหนดเพดานโทษสูงสุดจำคุกไม่เกินสามปีสำหรับการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และไม่เกินสองปีสำหรับ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

5.  เพิ่มเหตุยกเว้นความผิด กรณีแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

6.  เพิ่มเหตุยกเว้นโทษ กรณีข้อความที่กล่าวหานั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง และการพิสูจน์นั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และ

7. ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษผู้ที่ทำความผิด ให้สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษเท่านั้น แทนพระองค์

อนึ่ง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2554 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มนักกิจกรรมทางสังคม นักเขียน และนักวิชาการ อาทิ คณะนิติราษฎร์ เครือข่ายสันติประชาธรรม คณะนักเขียนแสงสำนึก  กลุ่ม Article 112  ได้ประชุมร่วมกัน และมีมติให้ผลักดัน “ร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”  เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ด้วยเหตุผลว่าร่างแก้ไขมาตรา 112 ของคณะนิติราษฎร์ เป็นกฎหมายที่ส่งเสริมให้สถาบันกษัตริย์มีความมั่นคงและสอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย  พร้อม ๆ ไปกับปกป้องคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยด้วย

การผลักดันนี้ จะต้องรวบรวมรายชื่อประชาชนอย่างน้อย 10,000 คน และจะกระทำในนาม “คณะรณรงค์แก้ไขม.112” (ครก.112, Campaign Committee for the Amendment of Article 112, CCAA112) โดยจะมีการเปิดตัวโครงการรณรงค์นี้ ต่อสาธารณชนในวันที่ 15 มกราคม 2555 ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เพื่อให้การผลักดันร่างกฎหมาย ที่ยึดหลักนิติธรรม และความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์ได้ปรากฏเป็นจริง    จึงขอเรียนเชิญกัลยาณมิตร ได้กรุณาพิจารณาลงนามสนับสนุนการรณรงค์ในครั้งนี้ด้วย

ขอแสดงความนับถือ

คณะรณรงค์แก้ไข ม.112

300x250 ad code [Inner pages]

Recent Entries

Photo Gallery

120x600 ad code [Inner pages]
Log in | Wp Advanced Newspaper WordPress Themes Designed by Gabfire themes WordPress主题
Wp Advanced Newspaper WordPress Themes Gabfire