บทกวีและบทความ
เจตจำนงกวีราษฎร์
ดวงแสงแห่งคณะราษฎร์
สว่างวาบเมื่อ 24 มิถุนา 2475
ปรากฏอำนาจของราษฎรเรืองรองขึ้นในลำแสงนั้น
ทว่า ตลอดแปดสิบปีบนเส้นทางประชาธิปไตย
ผู้ไม่เจริญทางความคิดสมคบกันครั้งแล้วครั้งเล่า
ช่วงชิงดวงแสงนั้นไว้…ครอบงำดวงแสงนั้นไว้
ประชาธิปไตยริบหรี่โรยรา
อำนาจของราษฎรปรากฏอยู่คล้ายมิได้ปรากฏอยู่
ประเทศชาติเดินวนเป็นวงด้วยความงงงวย
รัฐประหารแล้วคืนอำนาจ คืนอำนาจแล้วย้อนคืนสู่รัฐประหาร
…ย้อนคืนสู่รัฐประหาร…ย้อนคืนสู่รัฐประหาร
รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนไร้อำนาจ
เป็นดั่งกฎเหล็กของราษฎร
แต่เป็นกระดาษชำระของคณะรัฐประหาร
ราษฎรอยากตะโกนในโรงหนังบ้าง
อยากขับไล่คนที่คิดต่างให้ไปอยู่ที่อื่นบ้าง
อยากขอคืนอำนาจของตัวเองด้วยปลายกระบอกปืนบ้าง
แต่…ราษฎรจะไม่ทำเช่นนั้น ด้วยเหตุผลว่า
เราไม่ใช่ศัตรูของเพื่อนร่วมชาติ
เราไม่ใช่ฝักฝ่ายแห่งสงครามกลางเมือง
และเราคือประชาชนของระบอบประชาธิปไตย
ท่านปล้นเราด้วยปลายกระบอกปืน
แต่ราษฎรขอทวงคืนด้วยนิติศาสตร์
ราษฎรขอทวงคืนด้วยข้อเสนอของ ‘นิติราษฎร์’
คบไฟแห่งนิติศาสตร์ประกาศเปิดเส้นทาง
ประเทศจะไม่เดินวนย้อนคืนสู่รัฐประหาร
พิษตกค้างจาก 19 กันยา 49 จะต้องถูกชะล้าง
ผู้ที่ได้รับพิษจะต้องถูกเยียวยา
การละเมิดสิทธิ์ประชาชนด้วยกฎหมายจะต้องถูกแก้ไข
และ รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญจะไม่ใช่กระดาษชำระสำหรับฉีกเล่นอีกต่อไป
เก็บกวาดขวากหนามแห่งความบ้าอำนาจ
ออกไปจากเส้นทางประชาธิปไตย
เช็ดถูเขม่าไฟอันหม่นมืด
เพื่อให้อำนาจของราษฎรเรืองรองขึ้นอีกครั้ง
กวีราษฎร์ประกาศเจตจำนง
สนับสนุนข้อเสนออันเป็นนิติศาสตร์เพื่อราษฎร
รักษาดวงแสงแห่งคณะราษฎร์
ปกป้องคบไฟแห่งนิติศาสตร์
ราษฎรเดินเคียงนิติราษฎร์
กลับสู่แสงสว่าง












